Monday, June 6, 2011     17:19

 

 

 

 

 

 

ประวัติผู้ก่อตั้ง "สวนป้าผาด"

"ผาด หน่องพงษ์" เกิดมาในครอบครัวซึ่งมีฐานะไม่ค่อยจะดีนัก เนื่องจากเป็นครอบครัวชาวนาการทำนาของครอบครัวก็ไม่ค่อยได้ผล พ่อแม่ต้องนำที่นาไปจำนำ จำนอง อาศัยการทำนาพอเลี้ยงครอบครัวไปได้ "ป้าผาด" ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่เด็กมีโอกาสจบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งอายุ 17 ปีได้สมรสกับ เวียน หน่องพงษ์ ซึ่งก็เป็นเกษตรกรชาวนาเช่นกัน มีบุตร-ธิดารวม 4 คนแม้ว่าการศึกษาจะน้อยแต่ "ป้าผาด" ไม่เคยท้อแท้ในการทำมาหากินได้ต่อสู้ชีวิตด้วยการเป็นเกษตรกรชาวนาจนกระทั่งสามารถไถ่ถอนที่นาอันเป็นมรดกตกทอดของปู่ย่าตายายที่ตกไปเป็นของคนอื่นกลับคืนมาเป็นของตน และพยายามทำมาหากิน ส่งเสียบุตร-ธิดาจนสำเร็จการศึกษา คนแรกและคนที่ 2 จบทางด้านวิชาชีพเสริมสวย คนที่ 3 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศ ขณะนี้มียศนาวาอากาศเอกรับราชการอยู่กองทัพอากาศดอนเมือง คนสุดท้ายจบการศึกษาระดับปริญญาตรีป้าผาดบอกว่าตนและสามีภูมิใจมากที่เห็นลูกๆประสบความสำเร็จ


กว่าจะมาเป็นสวนป้าผาดในวันนี้ "ป้าผาด" บอกว่าต้องต่อสู้กับความยากลำบากมากมาย ราคาข้าวตกต่ำ ทำนาไม่ได้ผล ไม่คุ้มกับค่าปุ๋ยที่มีราคาแพง ต้องทำทุกอย่างที่จะทำให้มีรายได้ชดเชยในครอบครัว รับจ้างทุกอย่างเพราะลูกๆหลายคนต้องกินต้องใช้ จึงคิดหาอาชีพเสริม พอดีกับทางหน่วยราชการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจึงได้ชักชวนแม่บ้านรวมกลุ่มกันรับจ้างกรอกถุงเพาะชำพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับและเพาะเห็ดจำหน่ายแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยหันมาทำดอกไม้ประดิษฐ์โดยจ้างวิทยากรมาสอน แต่เมื่อทำออกมาแล้วก็มีปัญหาด้านการตลาดก็เป็นอันต้องเลิก เปลี่ยนมาทำหญ้าคากรองสำหรับทำหลังคาขาย แรกๆก็มีรายได้ดีแต่ปรากฏว่าวัสดุคือต้นหญ้าคานั้นโตช้าทำให้ผลิตออกมาได้ไม่ต่อเนื่องก็เป็นอันต้องเลิกอีก เปลี่ยนมาทำตุ๊กตาขายแต่รายได้ก็ไม่ดีขึ้น สุดท้ายจึงต้องกลับมารับจ้างกรอกถุงเพาะชำไม้ดอกไม้ประดับอีก ได้ค่าแรงประมาณวันละ 70-100 บาทแต่นายจ้างก็มีกำไรวันละ 1-2 พันบาทจึงคิดจะทำกันเองบ้าง แรกๆ ป้าผาดและสมาชิกก็ไปขอตัดกิ่งไม้จากสถานราชการแลกกับการตัดแต่งทรงให้สวยงาม แล้วนำมาปักชำใส่ถุงขายปรากฏว่าขายได้ดี ทางพัฒนาอำเภอองครักษ์เห็นว่าทำกันจริงจังจึงสนับสนุนด้วยกานำเงินทุนหมุนเวียนมาให้ตั้งเป็นกองทุนรวมเป็นทุนให้เปล่าครั้งแรก 480,000 บาท โดยจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์แบ่งให้กลุ่มใกล้เคียงเป็นการขยายผล 80,000 บาท และตั้งเป็นศูนย์สาธิตการตลาด สำหรับกลุ่มเพาะชำไม้ดอกไม้ประดับ ในขณะนี้มีการดำเนินการที่ดี การเพาะชำพันธ์ไม้สร้างรายได้ให้ชาวบ้านพอมีพอกิน ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อนตอนทำนา ลูกหลานมีทุนเล่าเรียนหนังสือ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ


ทุกวันนี้ "ป้าผาด" ยังทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการบริหารงานของกลุ่มเกษตรกร ความรู้ เกี่ยวกับการเพาะชำพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด หากท่านสนใจที่จะมาศึกษาดูงาน ก็สามารถติดต่อผ่านทางสำนักงานเกษตรองครักษ์ได้ในเวลาราชการ โทร 0-3739-1295

 

 หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับใหญ่ที่สุดในไทย Click >>